เลเซอร์รักษา
ใบหน้า
ตา
จมูก
หู
ริมฝีปาก
ทรวงอก
เสริม-กระชับสัดส่วนของร่างกาย
โบท็อกซ์ - Botox
VASER LipoSelection
ดูดไขมัน
Thermage
ยกกระชับใบหน้าลดสัดส่วนเฉพาะที่
การผลัดผิวด้วยเกล็ดอัญมณี
Newborn skin
สิว และหลุมสิว
กำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์
กูมิแพ้ในจมูกรักษาได้ด้วยเลเซอร์
ตกแต่งเยื่อพรมจรรย์
ตกแต่งอวัยวะเพศหญิง
ศีรษะล้าน ปลูกผม ปลูกขนตา
กรน
การผ่าตัดเปลี่ยนเสียง
บริการอื่นๆ
Platelet Rich Plasma (PRP) และ Stem cell
Before-After
สถานที่ตั้ง

สิว และหลุมสิว

สิว และหลุมสิว (Acne and acne scar)


สิว เกิดได้จากหลายสาเหตุได้แก่
- กรรมพันธุ์
- ฮอร์โมนเพศชายชื่อเทสทอสเทอโรน ( Testosterone ) กระตุ้นให้เกิดการสะสมเศษ ขี้ไคล ชิ้นเล็กๆ ในรูขุมขนบริเวณหน้า และลำตัวบริเวณหน้าอกกับหลัง ทำให้เกิดเป็นหัวสิวอุดตันเป็นหัวขาวๆหรือจุดดำๆ หรือ " โคมีโดน " (Comedone) ที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ผู้หญิงก็มีฮอร์โมนเพศชายด้วย แต่มีอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าฮอร์โมนเพศหญิง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดสิวได้
- ความเครียด
- การตั้งครรภ์
- การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ซึ่งระดับฮอร์โมนเพศ มีการแปรปรวนได้


การดูแลรักษา
1. การรักษาสิวด้วยเลเซอร์ เป็นเลเซอร์ที่ให้ความถี่ช่วงคลื่นอินฟราเรดระยะไกล (far-infrared light) 10,600 nm โดยดูดซึมได้ดีในน้ำ ซึ่ง (80% ของผิวหนังคนเราประกอบด้วยน้ำ) ทำให้พลังงานที่ปล่อยออกจากเครื่องเลเซอร์นี้เกือบ 90 % ( ประมาณ 20-50 ไมโครเมตร) ดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อ ทำให้เกิดความร้อนอย่างรวดเร็ว ทำให้หลอดเลือดหดตัวและแข็งตัวอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีเลือดไหลให้เห็นได้ เลเซอร์จะเปิดหัวสิวที่อุดตัน และอักเสบ ทำให้ " โคมีโดน " หลุดออกมาได้ง่าย โดยไม่ทำลายผิวหนังบริเวณรอบ ลดอัตราการกลับมาเป็นสิวซ้ำในบริเวณเดิมลดลง 70 % โดย การรักษาด้วยวิธีนี้ จะทำให้เกิดสะเก็ดแผลเล็กๆบนรูขุมขนที่ยิงแสงเลเซอร์เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากสะเก็ดหลุดแล้ว แผลจะหายเป็นปกติ แต่ในบางรายอาจมีรอยดำ รอยแดงสิวเกิดขึ้นหลังทำเลเซอร์ขึ้นได้ สามารถรักษาได้โดยการใช้ยา และเลเซอร์
นอกจากนี้ยังมีแสงเลเซอร์ชนิดอื่นๆ เช่น Dual Yellow, Pulse-dye laser , IPL สามารถทำลายเชื้อ P. acne ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวอักเสบได้ แต่ไม่สามารถกำจัด comedone ในสิวอุดตันได้ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีสิวอักเสบจำนวนมาก

2. การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ โดยจะทาน้ำยาลงบนผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก็จะทำให้ผิวผลัดเซลเร็วยิ่งขึ้น แต่ผลการรักษาขึ้นอยู่กับว่าผิวทนได้แต่ไหน และจุดด่างดำ สิว รอยสิวนั้นอยู่ลึกแค่ไหน
3. ยาทาร่วมกับยากินเพื่อลดอาการอักเสบ เพื่อให้สิวหายเร็วที่สุดโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้ รวมทั้งลดการอุดตัน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นสิวอักเสบ เมื่อสิวลดลงแล้วก็ยังคงต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ยาละลายโคมีโดน , ยาปฏิชีวนะชนิดยารับประทาน โดยทั่วไปจะใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดการอักเสบ โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะสมกับความรุนแรงของสิว ในรายที่มีการอักเสบรุนแรงมาก แพทย์อาจจะใช้ยาชนิดอื่นๆ เช่น ยากรดวิตามินเอ, ฮอร์โมนบางชนิดเพื่อให้ได้ผลในการรักษาที่ดีขึ้น
- ยาทาภายนอก เป็นการรักษาขั้นพื้นฐานที่ได้ผลดี แต่ต้องใช้เวลานานจึงจะได้ผลการรักษาเต็มที่ ซึ่งการใช้ยาทาภายนอกจะมีเป้าหมายในการกำจัด comedone ลดการสร้างน้ำมันจากต่อมไขมัน และกำจัดเชื้อ P. acne ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของสิว
- ยารับประทาน
-ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) มักใช้ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาทาภายนอกในผู้ป่วยที่มีสิวอักเสบ เพื่อทำลายเชื้อ P. acne ทำให้สิวอักเสบหายเร็วขึ้น
- Isotretinoin (Roaccutane) ช่วยลดการสร้างไขมันจากต่อมไขมันบนใบหน้า ลดการเกิด comedone และลดจำนวนเชื้อ P. acne นอกจากนี้ยังช่วยให้หลุมแผลเป็นจากสิวดีขึ้นด้วย แต่มักทำให้เกิดการแห้งของใบหน้าและเยื่อบุต่างๆ เช่น ตาแห้ง ปากแห้ง มักเลือกใช้ในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมสิวด้วยวิธีการที่กล่าวมาแล้ว หรือในรายที่มีสิวอักเสบและมีหลุมแผลเป็นจากสิวจำนวนมาก
- การกด-ฉีดสิว (Comedone extraction) เนื่องจากการรักษาด้วยการใช้ยาทาภายนอกต้องใช้เวลานาน จึงจะทำให้ comedone หลุดไปได้ จึงมักต้องใช้การกดสิว ซึ่งเป็นการกำจัด comedone ออกจากรูขุมขนร่วมไปด้วย ในส่วนของสิวอักเสบนั้นการกดสิวมักจะทำไม่ได้เนื่องจากมีการอักเสบอยู่ จะทำให้ผู้ป่วยเจ็บมาก และการอักเสบอาจจะลุกลามขึ้น จึงต้องใช้การฉีดสาร Steroid ซึ่งเป็นสารต้านการอักเสบเข้าไปแทน
4. การรับประทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนม อาหารทะเล อาหารที่มีรสหวาน ชอคโกแลต อาหารทอด
แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาสิวนั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาเป็นเดือน และเมื่อสิวยุบหมดแล้ว ก็จำเป็นต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อควบคุมอาการของโรค

การแก้ไขรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว

ในกรณีที่ต้องการให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ควรรักษาโดยการใช้เลเซอร์ เพื่อให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว และเผยผิวกระจ่างใส ที่เรียกว่า Facial rejuvenation

 
 

ยศการคลินิก
คลีนิกศัลยกรรมเพื่อความงาม ตั้งอยู่เลขที่ 293 กรุงเทพ บาซาร์ ถนนราชดำริ กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ 0-2253-8901, 0-2254-7679
ศัลยกรรม,ศูนย์ศัลยกรรม,สัดส่วน, เลเซอร์,ด้านความงาม, คลินิกความงาม, ศูนย์ความงาม-ยศการคลินิก